บทความ
ทำไมพยากรณ์ยอดขาย B2B ถึงไม่แม่น
กลางเดือน คุณถามทีมขายว่าเดือนนี้จะปิดได้เท่าไหร่ ก็ได้ตัวเลขมาก้อนหนึ่ง พอถึงวันทำการสุดท้าย ครึ่งหนึ่งของตัวเลขนั้นเลื่อนไปเดือนหน้า ดีลเดิม ลูกค้าเดิม แค่เปลี่ยนวันที่
คำอธิบายที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ “เซลล์บวกตัวเลข” แต่ในธุรกิจ B2B รอบยาว งานโครงการ งานติดตั้ง งานขายเข้าโรงงาน อย่างที่ดีลหนึ่งผ่านมือ 4 คนกว่าจะปิด แทบไม่ใช่แบบนั้นเลย เซลล์ตอบตามที่เขารู้จริงๆ แต่คำถามนั้นไม่มีคำตอบที่ถูกต้องตั้งแต่แรก เพราะไม่เคยมีใครนิยามว่าคำที่ใช้อยู่ในท่อขายแปลว่าอะไร
ทำไมพยากรณ์ยอดขาย B2B ถึงไม่แม่น
ลองค้นคำว่า “พยากรณ์ยอดขาย” เป็นภาษาไทยดู สิ่งที่เจอเกือบทั้งหน้าคือค้าปลีก สต๊อกสินค้า และร้านอาหาร ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีรายการขายหลายร้อยรายการต่อเดือน ปีที่แล้วทำนายปีนี้ได้จริง ลากเส้นแนวโน้มจากข้อมูลเก่าแล้วใช้ได้เลย
แต่ท่อขายที่มีดีลเปิดอยู่ 20–40 ดีล แต่ละดีลไม่เหมือนกัน ใช้เวลา 2–9 เดือน และคนตัดสินใจเป็นคณะ ไม่ใช่โจทย์เดียวกันเลย มันไม่มีเส้นแนวโน้มให้ลาก ตัวเลขพยากรณ์คือผลรวมของ “การประเมินด้วยคน” ทีละดีล และการประเมินนั้นพังใน 3 จุด:
- คำว่า “ขั้น” แปลไม่เหมือนกันในแต่ละคน เซลล์คนหนึ่งย้ายดีลไปขั้น “ยื่นข้อเสนอ” ตอนส่งใบเสนอราคาเข้าอีเมล อีกคนรอจนได้นั่งอธิบายกับลูกค้าจริงก่อน ชื่อขั้นเดียวกัน แต่เป็นคนละสภาพ แล้วเอามาบวกกัน
- เปอร์เซ็นต์ความน่าจะปิดที่ติดอยู่กับแต่ละขั้นเป็นแค่ของประดับ มันคือค่า default ที่ไม่เคยมีใครเอาไปเทียบกับอัตราปิดจริงของบริษัทตัวเอง
- ไม่มีอะไรบังคับให้ดีลที่ตายแล้วออกจากท่อ ดีลที่หยุดขยับไปตั้งแต่ห้าเดือนก่อนยังนอนอยู่ในนั้น และยังถูกนับเป็นรายได้
เปอร์เซ็นต์ความน่าจะปิดที่ใส่ตามความรู้สึก คือการเดาที่มีตาราง
ท่อขายเกือบทุกที่มีเปอร์เซ็นต์ประจำขั้น: 20% 40% 60% 80% เอามูลค่าคูณเปอร์เซ็นต์ บวกทั้งคอลัมน์ ก็ได้ยอดพยากรณ์แบบถ่วงน้ำหนัก มันหน้าตาเหมือนการคำนวณ คนเลยเชื่อมันเหมือนการคำนวณ
ปัญหามีสองชั้น ชั้นแรก เปอร์เซ็นต์นั้นแทบไม่เคยมาจากข้อมูลของคุณเอง ลองนับย้อนหลังดู: 30 ดีลล่าสุดที่ไปถึงขั้น “ยื่นข้อเสนอ” ปิดได้กี่ดีล ถ้าคำตอบคือ 9 ขั้นนั้นคือ 30% ไม่ใช่ 60% ที่ขึ้นอยู่บนจอ แปลว่าทุกดีลในขั้นนั้นถูกตีค่าเกินจริงไปเท่าตัว
ชั้นที่สอง ต่อให้เปอร์เซ็นต์ถูก มันก็ทำงานได้เฉพาะตอนมีดีลจำนวนมาก ถ้ามี 40 ดีลขนาดใกล้เคียงกัน ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักยังพอมีความหมาย แต่ถ้ามี 6 ดีล แล้วดีลหนึ่งใหญ่กว่าที่เหลือ 4 เท่า ตัวเลขถ่วงน้ำหนักกำลังบอกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้เลย ดีลใหญ่นั้นมีแค่ได้กับไม่ได้ ไม่มีเดือนไหนลงตรงค่าเฉลี่ย
แต่เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่โรค โรคจริงคือ “การตัดสินว่าดีลอยู่ขั้นไหน” ยังเป็นความรู้สึก
เกณฑ์ผ่านขั้นเขียนยังไงให้เถียงกันไม่ได้ (พร้อมตัวอย่างจริง)
เกณฑ์ที่ใช้ได้ต้องผ่านการทดสอบข้อเดียว: ธุรการที่ไม่เคยเจอลูกค้ารายนี้เลย ต้องติ๊กช่องนี้ได้จากสิ่งที่บันทึกไว้ โดยไม่ต้องเดินไปถามเซลล์ ถ้าตอบไม่ได้จนกว่าจะได้คุยกับคน นั่นคือความเห็น ไม่ใช่เกณฑ์
เทียบของหลวมกับของที่เขียนแล้ว:
- “ลูกค้าสนใจ” → “ได้คุยกับคนที่อนุมัติได้ และเขาบอกแล้วว่ามีงบ อยู่ในไตรมาสไหน”
- “ยื่นข้อเสนอแล้ว” → “ส่งข้อเสนอ และ ได้นั่งอธิบายกับลูกค้าแล้ว มีวันที่ประชุมบันทึกไว้”
- “กำลังต่อรอง” → “ลูกค้าส่งขอบเขตงานที่แก้กลับมา หรือขอเปลี่ยนเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งเป็นลายลักษณ์อักษร”
- “ลูกค้ารับปากแล้ว” → ข้อนี้ต้องพูดแยก เพราะเป็นจุดที่พยากรณ์ของธุรกิจงานติดตั้งพังบ่อยที่สุด คำว่า “พี่เขาโอเคแล้ว” ไม่ใช่การยืนยัน เกณฑ์คือ “มีใบ PO ใบเสนอราคาที่เซ็นกลับ หรืออีเมลอนุมัติแนบอยู่”
ชุด 4 ขั้นสำหรับธุรกิจงานติดตั้ง/ขายเครื่องจักรเข้าโรงงาน หน้าตาประมาณนี้:
- ผ่านคัดกรอง บันทึกครบว่าต้องการอะไร หน้างานที่ไหน กรอบเวลาเมื่อไหร่ และใครเป็นคนตัดสินใจ
- สรุปขอบเขตงาน สำรวจหน้างานแล้ว เขียนความต้องการลงบันทึก มีวันที่สำรวจกำกับ
- ยื่นข้อเสนอ ส่งข้อเสนอที่มีราคา และได้นำเสนอกับลูกค้าแล้ว
- ยืนยันแล้ว มีใบ PO ใบเสนอราคาเซ็นกลับ หรืออีเมลอนุมัติแนบไว้
สังเกตแพตเทิร์น: ทุกเกณฑ์คือ “หลักฐานหนึ่งชิ้น” หรือ “เหตุการณ์ที่มีวันที่” ไม่มีข้อไหนเป็นอารมณ์ นี่คือทั้งหมดของเรื่องนี้ และการเอาไปใช้ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม
ตั้งอายุสูงสุดของดีลต่อขั้นไว้ล่วงหน้า แล้วบังคับให้ตัดสินใจเมื่อเกิน
ความไม่แม่นอีกครึ่งหนึ่งมาจากดีลที่หยุดขยับแต่ไม่เคยถูกเอาออก ดีลที่ค้างอยู่ขั้น “ยื่นข้อเสนอ” มาห้าเดือน ไม่ใช่ดีล 60% มันคือคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ ซึ่งถูกแสดงผลเป็นรายได้
วิธีแก้ใช้เวลาบ่ายเดียว: เขียนไว้ว่าแต่ละขั้น ดีลที่สุขภาพดีใช้เวลากี่วัน โดยเอาจากประวัติของบริษัทตัวเอง ไม่ใช่ค่ามาตรฐานจากที่อื่น จากนั้นดีลไหนเกินตัวเลขนั้น ต้องถูกจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 ทาง ในที่ประชุมประจำสัปดาห์:
- เลื่อนวันใหม่พร้อมเหตุผล ลูกค้าให้วันใหม่มาจริง และบันทึกไว้
- ถอยกลับไปขั้นก่อนหน้า เงื่อนไขที่คิดว่ามีแล้ว จริงๆ ยังไม่มี
- ปิดเป็น “ไม่ตัดสินใจ” ทำได้ เป็นเรื่องปกติ และไม่ใช่ความล้มเหลว
ทีมมักต้านข้อ 3 มากที่สุด เพราะดีลค้างช่วยให้ยอดรวมในท่อดูสวย และความสบายใจตรงนั้นแหละคือสาเหตุที่ตัวเลขปลายเดือนผิด
จุดตั้งต้นถ้ายังไม่มีข้อมูล: เอาค่ากลางของเวลาตั้งแต่ติดต่อครั้งแรกจนปิดดีล แล้วถือว่าดีลที่ค้างอยู่ขั้นเดียวนานเกินหนึ่งในสามของค่านั้น = เกินกำหนด แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นตัวเลขจริงของตัวเองภายในหนึ่งไตรมาส
สามตัวเลขที่ดูก่อนตอบว่าเดือนนี้จะปิดได้เท่าไหร่
เลิกบวกยอดถ่วงน้ำหนัก แล้วดูสามอย่างนี้แทน:
- มูลค่าที่ยืนยันแล้ว เฉพาะดีลที่ผ่านเกณฑ์ขั้นสูงสุด นี่คือการนับหลักฐาน ไม่ใช่การพยากรณ์ มันจะน้อยกว่าที่ใจอยากให้เป็น และมันคือตัวเลขเดียวที่จริง
- ดีลที่ลูกค้ายืนยันวันเองว่าอยู่ในเดือนนี้ ลูกค้าเป็นคนบอกวัน และมีบันทึกไว้ ไม่ใช่วันที่เซลล์ตั้งเป้า
- สัดส่วนดีลค้างในท่อ จำนวนดีลที่เกินอายุสูงสุด หารด้วยดีลที่เปิดอยู่ทั้งหมด ถ้าเกินราว 30% ท่อขายของคุณคือโกดังเก็บของ ไม่ใช่ตัวพยากรณ์
พอทำแบบนี้ คำตอบจะเปลี่ยนเป็น “ยืนยันแล้วเท่านี้ อีกเท่านี้ลูกค้าให้วันมาเอง และอีกเท่านี้เป็นดีลค้างที่ผมไม่นับ” ซึ่งเป็นคำตอบที่เอาไปตัดสินใจต่อได้ และคุณดูเองได้จากจอ ไม่ต้องไล่ถามเซลล์ทีละคน
ตกลงเกณฑ์ก่อน แล้วค่อยเถียงเรื่องตัวเลข
ประชุมพยากรณ์ส่วนใหญ่เถียงกันที่ตัวเลข ซึ่งเป็นลำดับที่ผิด เพราะทุกคนกำลังเถียงเรื่องตัวเลขที่คำนวณมาจากนิยามที่ไม่มีใครเคยตกลงกัน
สลับลำดับใหม่: เขียนเกณฑ์ผ่านขั้นให้จบ ตกลงกันว่าเกินกี่วันเรียกว่าค้าง แล้วตัวเลขจะเลิกเป็นความเห็นและกลายเป็นผลลัพธ์ งานนี้ใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์กับคนที่ขายจริง ไม่ใช่โปรเจกต์ซอฟต์แวร์ และไม่ต้องซื้อโมดูลพยากรณ์เพิ่ม ซอฟต์แวร์จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อกระบวนการที่มันเก็บถูกเขียนไว้แล้ว และเกณฑ์พวกนี้ต้องเขียนโดยทีมเอง ไม่งั้นมันจะตายไปพร้อมกับคนที่เขียน
ถ้าตอนนี้ท่อขายกำลังบอกตัวเลขที่คุณเองยังไม่เชื่อ นัดคุย 45 นาทีมาก่อนได้ เราจะไล่ดูขั้นที่คุณใช้อยู่ด้วยกัน และคุณจะกลับไปพร้อมเกณฑ์ผ่านขั้นที่เขียนเสร็จอย่างน้อยหนึ่งขั้น ไม่ว่าจะทำงานกับเราต่อหรือไม่ก็ตาม ส่วนที่เหลือคือรูปแบบของ BUILD 30 จาก B2B Sales System (โปรแกรมของ ZestMate Solution) เราออกแบบแพตเทิร์น ทีมของคุณเป็นคนติดตั้งเอง แล้ววันที่ 30 วัดผลด้วยเกณฑ์ 3 ข้อที่เขียนไว้ตั้งแต่วันแรก